Wildeanddouglas1.jpg picture by wanaluka

 

 

คุณเป็นนักเขียนบทละคร  และนักเขียนชื่อดังของอังกฤษในศตวรรษที่สิบเก้า 

คุณเป็นคนเด่น 

คุณรักศิลปะ

คุณมีครอบครัวที่อบอุ่น ใช่! ลูกสอง  เมียหนึ่ง

แต่วันหนึ่งคุณก็รู้ว่าความต้องการของคุณคืออยากมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง

ใครสักคน...ที่เป็นเพศเดียวกับคุณ

กฎหมายของศตวรรษที่สิบเก้าและพ่อของใครคนนั้นเป็นอุปสรรคความรัก

ชีวิตจบลงด้วยการเข้าคุก  และคุณก็ตายจากไปด้วยโรคร้าย

..........

 คุณเป็นนักเขียนนิทาน  อดีตนักร้องละครของเดนมาร์ก

คุณเกิดในครอบครัวที่ยากจน

แม่เลี้ยงคุณมา  ถึงแม่จะขี้เมาคุณก็รักแม่มาก

ดังนั้นคุณจึงชอบความอ่อนโยนและความเก่งกาจของผู้หญิง

คุณมีผู้หญิงผ่านเข้ามาในชีวิตหลายคน

ความรักครั้งแรกของคุณจบลงที่ความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ความรักครั้งสุดท้ายกับ "แม่นกไนติงเกล" นั่นทำให้คุณใจสลาย

คุณจ่อมจมอยู่กับความรักที่พลัดพรากตลอดชีวิต

ไม่มีครั้งใดเลยที่ความรักเป็นความจริง

นกอยู่บนฟ้า  ปลาอยู่ในน้ำ  และรักก็ (เกิดขึ้นได้แค่)อยู่ในฝันกระนั้นหรือ?

..........

คุณได้ศึกษาชีวิตรักของพวกเขาไปแล้ว  อาทิตย์ก่อนฉันเขียนเรื่องนักเขียนสองคนนี้  หม่นใจไปกับเรื่องราวที่เศร้าพิลึก  เรื่องโศกที่เป็นบทประพันธ์เอกของโลก...นกไนติงเกล  เจ้าชายเลี้ยงหมู  ความเพ้อฝันและภาพวาด  The improvistatore  นกไนติงเกลกับดอกกุหลาบ...ทุกบทประพันธ์ล้วนกลั่นกรองออกมาจากความบอบช้ำทางจิตใจของผู้พลัดพรากจากความรัก

คำถามคือทำไมนักเขียนต้องผิดหวังในความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เพราะติสท์แตก?เพราะจน?เพราะอ่อนไหวง่าย?หาก Lucky in game แล้วไม่  Lucky in love  ชีวิตเราต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง?

ฉันกับเพื่อนคิดกันเล่นๆว่าคุณสมบัตินักเขียนมีสามข้อ

ไส้แห้ง

พูดไม่รู้เรื่อง

และ...

เลิกกับแฟน

เป็นนักเขียนที่ถูกมองว่าติสท์แตกนี่มันช่างน่าลำบากใจจริงๆ  เหมือนนักเขียนสองคนที่เป็นตัวอย่างการศึกษานั่นแหละ  คบใครก็ชีช้ำกะหล่ำปลี  เวลารักใครยิ่งจินตนาการสูงกว่าชาวบ้านอยู่ด้วย  เพราะจินตนาการเป็นอาชีพเสียแล้ว

เอาเถอะ  ยังไงก็ปลอบใจตัวเองไปว่า

"เราต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองเพราะสวรรค์ก็ประทานคุณสมบัติอื่นมาให้

และความรักอื่นที่ไม่ใช่ความรักแบบพิศวาสชู้สาวก็งดงามไม่แพ้กัน"

แต่ยังไงเสีย  ก็ขอให้นักเขียนทุกท่านโชคดีทั้งเรื่องการงานและความรักเถอะ  สาธุ

 

 

 

 

 

......................................................................

สองนักเขียนที่ยกเป็นตัวอย่างคือ  ออสการ์  ไวลด์และฮานส์ คริสเตียน  แอนเดอร์สัน

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

มาเยี่ยมอีกครั้ง

งานพรีเซนต์เป็นไง

แต่งกลอนเริ่ดอีกละสิ

แต่งกลอนเหมือนกัน

สงสัยจะแย่กว่า ฮ่ะ ๆๆๆๆ
ชอบค่ะ เริ่ด
ท่านลอร์ดอะไรนั่นน่ะ
อยากดูหนังว่ะ 555


Hot!
ให้ ดาวนะตะเอง กรู๊วววว

#5 By a broke girl on 2009-01-29 20:16

เหมือนกัน ๆ confused smile

#4 By นายแอปเปิ้ล on 2009-01-26 20:11

ลึกซึ้งจังเลย
ส่วนตัวแล้วชอบงานเขียนของออสการ์ ไวด์นะ
เพราะได้ลองอ่านเรื่องอื่นนอกจากเจ้าชายแสนสุข
งานของเค้ามีความคล้ายคลึงกับแอนเดอร์เสนมาก
ในเรื่องของความหม่นหมอง ความเศร้า
ต่างนิดนึงตรงที่งานของออสการ์ อาจจะดูให้ความหวังกว่านิดหน่อย แต่...ถ้าศึกษาประวัติเค้าก็จะพบว่า
มีสัญลักษณ์บางอย่างปรากฏอยู่ในงานเขียนของเขา
เช่น การชอบเพศเดียวกัน อะไรทำนองนี้


เจ้าของบล็อกลองไปอ่านดูสิ

http://www.online-literature.com/wilde/

แนะนำ ๆ
ผมคิดเล่น ๆ นะครับ ผมว่ามีคนที่ไส้แห้ง พูดไม่รู้เรื่อง และเลิกกับแฟนอยู่ทุกอาชีพแหละครับ นักเขียนรวย ๆ พูดรู้เรื่อง ยังอยู่กับแฟนก็มี

และถ้าต้องเลือกว่าจะโชคดีได้อย่างเดียว ระหว่างงานกับความรักจะเลือกอะไรครับ?


big smile open-mounthed smile confused smile

#2 By นายแอปเปิ้ล on 2009-01-25 23:45

อาจจะเป็นเพราะว่านักเขียนต้องใช้สมาธิในการเขียนงาน อยู่กับโต๊ะทำงานมากกว่าจะมีเวลาไปโรแมนติกกับหญิงสาวที่รักละมั้งครับbig smile

#1 By BEIRUT on 2009-01-25 21:13