book

รู้ไหมว่าในประเทศญี่ปุ่น  ประเทศจีน  และอินเดีย  นักเล่านิทานจะได้รับการนับถือเช่นเดียวกับนักศึกษา  พระ  ช่างฝีมือ  และเจ้าของที่ดิน

 

everywhere.jpg picture by wanaluka

 

ประวัติการเล่านิทานของเอเชียเริ่มต้นที่อินเดียเพราะอินเดียมีวรรณกรรมนิทานมาก  เป็นวรรณกรรมที่จารึกเป็นลายลักษณ์ที่มีอายุกว่า  2,000 ปี  ก่อนโฮเมอร์ของตะวันตก  นักปราชญ์ทางมานุษยวิทยาเชื่อว่าอินเดียเป็นแหล่งกำเนิดใหญ่แห่งนิทานชาวบ้าน  ซึ่งต่อมาได้แพร่กระจายไปในทิศทางต่าง ๆ โดยรอบทั้งใกล้และไกล  เนื้อเรื่องของนิทานเหล่านั้นได้ถูกดัดแปลงแก้ไข  และเพิ่มเติมให้เหมาะกับรสนิยมของผู้ฟังในแต่ละท้องถิ่น  เรื่องที่อยู่ในความนิยมของผู้คนหมู่มากเป็นเวลานานก็มีผู้นำไปปรุงแต่งและพัฒนารูปแบบและกลวิธีการเขียนใหม่  จนกลายเป็น  "วรรณคดี"  ไปในที่สุด

 

ประวัติการเล่านิทานในประเทศไทยที่โดดเด่นมาก ๆ เห็นจะเป็นนิทานอีสป  นิทานอีสปเข้ามาในไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา  ช่วงสมัยของพระนารายณ์มหาราช  มีชาวกรีกเข้ามารับราชการได้แก่  คอนสแตนติลฟอลคอน  หรือเจ้าพระยาวิชาเยนทร์  ซึ่งสันนิษฐานว่านิทานอีสปได้รับการแปลขึ้นเป็นภาษาไทยเรียกว่า  อีสปปกรณัมแปลโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงแปลจากภาษาอังกฤษ  โดยพระองค์ได้กล่าวอ้างอิงถึงในพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่าและประชุมโคลงสุภาษิต  ในช่วงนี้มีเอกชนจัดตั้งโรงพิมพ์ขึ้นคือ  โรงพิมพ์ศึกษาพิมพการ  และดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือนิทานสำหรับเด็กเล่มแรกชื่อว่า  อีสป  ซึ่งนับว่าเป็นหนังสือนิทานสำหรับเด็กที่เก่าแก่เล่มหนึ่งของไทย 

 

และต่อมาในปีพ.ศ.  2451  ครูใหญ่โรงเรียนสวนกุหลาบชื่อนายโอ  บี  คาร์ตไรท์  ได้เขียนหนังสือเรื่องเทพปกรณัม  เป็นหนังสือเรื่องราวสำหรับเด็ก  ได้แก่เรื่อง  อาละดินกับโคมวิเศษ  อาลีบาบากับพวกปล้น  ในช่วงทศวรรษนี้  มีโรงพิมพ์ของรัฐได้จัดพิมพ์หนังสือสำหรับเด็กด้วยคือ  กรมราชบัณฑิต  กรมราชบัณฑิตได้จัดพิมพ์หนังสือสำหรับเด็กคือหนังสือแปลจากต่างประเทศ  เรื่องความลึกลับของรูปเท้านกอินทรีงา  ฉันอยากเป็นกะลาสี  นายแจ็คผู้ฆ่ายักษ์  เด็กที่เมืองจีน  และเด็กที่เมืองญี่ปุ่น 

หนังสือนิทานที่น่าสนใจในช่วงนี้อีกเล่มหนึ่ง  เป็นหนังสือนิทานที่เขียนจากประชาชนหลาย ๆ ท่าน  และนำมาจัดพิมพ์รวมเล่ม  โดยกรมราชบัณฑิต  คือหนังสือแบบสอนจรรยานิทานสุภาษิต  มีด้วยกัน  53  เรื่อง  สมเด็จกรมหลวงวชิรญาณวโรรสครั้งยังเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ  ได้ทรงเมตตาแต่งตัวอย่างประทานมา  6  เรื่องด้วยกัน  โดยมีหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ์เป็นผู้เขียนภาพประกอบตามท้องเรื่อง 

 

จะเห็นได้ว่านิทานจากเดิมซึ่งเป็นเรื่องเล่า  โดยเล่าถ่ายทอดต่อเนื่องกันมา  เริ่มเข้าสู่การจดบันทึก  และจัดพิมพ์เพื่อให้อ่าน  และการอ่านจึงมีบทบาทต่อการนำเอาความจำจากการอ่านไปใช้เล่า

 

 

 

เรียบเรียงจากหนังสือ  การเล่านิทาน  โดย เกริก  ยุ้นพันธ์